วัดโบสถ์ดอนพรหม

วัดโบสถ์ดอนพรหม

                   วัดโบสถ์ดอนพรหม ตั้งอยู่เลขที่ 82 ถนน บางกรวย-ไทรน้อย หมู่10 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี โทรศัพท์ 02-5951273 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน  3 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบดอน น้ำท่วมไม่ถึง ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆดังนี้ อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 กุฏิสงฆ์จำนวน 8 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารทรงไทยโบราณ ศาลาการเปรียญปฏิสังขรณ์ พ.ศ.2504 สำหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธณูปศิลาแลงแบบสุโขทัย ปางมารวิชัย

                   วัดโบสถ์ดอนพรหม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2310 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ไม่ทาบนามและประวัติผู้สร้างหลังจากได้สร้างขึ้นมาแล้ววัดก็เจริญรุ่งเรืองตามสมควร ครั้นต่อมาขาดการทำนุบำรุงจึงกลายเป็นวัดร้างในที่สุด และต่อมาประชาชนได้ร่วมกันบูรณะให้เป็นวัดมีพระสงฆ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ การพระราชทาน วิสุงคามสีมาทางวัดได้รับพระราชทานครั้งหลังเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2518 เขตวิสุงคามสีมา ได้ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2519

                   การศึกษา ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 นอกจากนี้ยังได้ให้ที่ธรณีสงฆ์ สร้างโรงเรียนปะจำอำเภอบางใหญ่ เนื้อที่ 60 ไร่ สนามกีฬาประจำจังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 50 ไร่ ค่ายลูกเสือประจำจังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 60 ไร่ อีกด้วย

                  เจ้าอาวาส พระครูใบฎีกาสนม คนธสาโร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ดอนพรหม อายุ 75 ปี 54 พรรษา นักธรรมเอก เกิดที่ตำบลศาลาลอย อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี พ.ศ.2471 อุปสมบทเป็นภิกษุในปี พ.ศ.2492 ณ วัดศักดิ์ ตำบลวังแดง อำเภอ ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีเจ้าอธิการเจือ อาทโร เป็นพระอุปัชฌาย์ ย้ายมา

Advertisements

วัดแคใน

วัดแคใน

 “วัดแคใน ซึ่งตามทะเบียนราษฎร์ ตั้งอยู่เลขที่ 40 หมู่5 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

                         สถานะของวัดแคใน ตั้งแต่อดีตที่เคยเป็นวัดร้างมาก่อนจนได้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่และมีการพัฒนาปลูกสร้างศาสนสถานต่างๆ ขึ้นมาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบันสถานะของวัดเป็นวัดราษฎร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 สังกัด มหานิกาย

                        เนื้อที่ตั้งของวัดแคใน บริเวณพื้นที่ภายในวัดทั่วไป เป็นที่ราบลุ่มมาก่อน แต่ได้รับการปรับปรุงด้วยการนำดินเข้ามาถม มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมีคลอง สวน น้ำอยู่รอบๆ ประชาชนเป็นชุมชนเกษตรกรรม เพราะฉะนั้นข้างเคียงของวัดแคในจึงล้อมรอบไปด้วยผลไม้ และมีการทำนามาเป็นบางส่วนเนื้อที่ของวัดแคในมีทั้งหมด 22 ไร่ 2 งาน 1 ตารางวา

                        ประวัติการสร้างวัดวัดค่ายเป็นชื่อเดิมของวัดแคใน เป็นที่ตั้งของกองทหาร วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2300 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมีการรบกับพม่าหลายครั้ง กองทัพพม่าเข้ามาทางด้านด่านเจดีย์ 3 องค์ มีสภาพที่จะพออ้างอิงได้คือบริเวณปัจจุบันคือ วัดปราสาท วัดอุทยาน วัดปรางค์หลวง

วัดประชารังสรรค์

วัดประชารังสรรค์

                 วัดประชารังสรรค์ ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านบางกร่าง หมู่ที่ 10 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ 02-9215148 สังเกตคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 18 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบมีต้นไม้ปลูกไว้พอควร ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ อุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ.2520 แทนหลังเดิมที่ชำรุด กุฏิสงฆ์จำนวน 14 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารด้วยไม้สร้างชั้นเดียว ศาลาการเปรียญเป็นอาคารไม้ สร้าง พ.ศ. 2495 สำหรับปูชนียวัตถุ หลวงพ่อหินพระประธานในอุโบสถ หน้าตักกว้าง 1 เมตร 67 เซนติเมตร

                วัดประชารังสรรค์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2404 ไม่ทราบนามและประวัติผู้สร้างเดิมมีนามว่า “วัดหญ้าไทร” คงเรียกตามลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งวัด ต่อมาสภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ประชาชนได้ร่วมใจกันทะนุบำรุงเอาใจใส่ ทำให้วัดเจริญขึ้นตามสมควร จึงได้เปลี่ยนนามวัดใหม่เป็น “วัดประชังสรรค์” เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 25499 วัดประชารังสรรค์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลัง เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2513 และได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา ในปี พ.ศ. 2520

วัดบางระโหง

วัดบางระโหง

                  วัดบางระโหง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2306 โดยคนจีนชื่อหงษ์ คนในมัยนั้นนิยมเรียกหมู่บ้านที่ยู่อาศัยใกล้แม่น้ำลำคลองว่า “บาง” จึงให้นามวัดว่า “วัดบางหงษ์” ต่อมาได้แผลงเป็น “บางระโหง” ในที่สุด โบราณสถานสำคัญภายในวัดบางระโหง ได้แก่ อุโบสถ

                   อุโบสถ ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 11.20 เมตร สูง 6 เมตร ตัวอุโบสถเป็นผนังเครื่องก่อ หน้าบันเป็นปูนปั้นลายดอกไม้ มีบัวหัวเสาประดับซุ้ม ภายในซุ้มมีพระพุทธรูปมุขหน้าที่เสา 4 ต้น ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปหินทรายแดงสมัยกรุงศรีอยุธยาประดิษฐานเป็นพระประธาน ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติและภาพชุมนุมเทวดา แบ่งเป็น 4 ชั้น ชั้นล่างสุด เป็นภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ ชั้นที่2 เป็นภาพเทพชุมนุมอยู่ในท่าประคองอัญชลี ถือเครื่องพุทธบูชาหันหน้าไปทางพระพุทธเจ้าทุกองค์ ชั้นที่3 เป็นภาพเทพชุมนุมเช่นเดียวกัน แต่องค์เทพสูงกว่าในท่าประคองอัญชลี ถือเครื่องพุทธบูชาหันหน้าไปทางพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน ชั้นที่4 เป็นภาพ 12 ภาพ ภาพด้านหลังองค์พระประธาน เป็นภาพห้วงจักรวาล ภาพด้านหน้าพระประธาน เป็นภาพมารผจญตลอดตั้งแต่พื้นจรดเพดานอุโบสถ์

 

วัดขวัญเมือง

วัดขวัญเมือง

                   วัดขวัญเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2300 ในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฎนามและประวัติผู้สร้าง และได้ขนานนามว่า “วัดบางข่า” ต่อมาทางคณะสงฆ์ได้เปลี่ยนนามเป็น “วัดขวัญเมือง” เมื่อ พ.ศ. 2483 อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 ศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ.2495 หอสวดมนต์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 กุฏิสงฆ์เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหาร ส่วนปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ พระพุทธรูปหินศิลาแลงเคยเป็นพระประธานในอุโบสถหลังเก่าสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายหลังได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่โคนต้นโพธิ์หน้าวัด พระพุทธรูปศิลาแลงในวิหาร

สนามกีฬาจังหวัดนนทบุรี

สนามกีฬาจังหวัดนนทบุรี

                                สมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรี ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2511 ที่ทำการสมาคมในสมัยนั้น  ตั้งอยู่ที่ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

                                ความเป็นมา  ช่วงระยะเวลายุคปีพุทธศักราช 2511 การแข่งขันกีฬาต่างๆ ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย  คณะกรรมการได้บริหารงานสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรีด้วยความเอาใจใส่และพัฒนาได้ในระดับหนึ่ง

                               ปีพุทธศักราช 2534  นายดิเรก  ถึงฝั่ง ชาวนนทบุรี ผู้มีความสนใจและมีนิสัยชอบเล่นกีฬามาแต่วัยเรียน ได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เป็นนายอำเภอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ท่านได้รวบรวมชาวนนทบุรี ที่ชอบเล่นกีฬาต่างๆ มาเป็นกำลังสำคัญ รื้อฟื้นและส่งเสริมการกีฬาของจังหวัดนนทบุรี โดยท่านรับตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรี อยู่หลายสมัย พัฒนาสมาคมส่งเสริมกีฬา จังหวัดนนทบุรี ให้เข้มแข็ง เป็นปึกแผ่น จนถึงสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และเดินทางไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านจึงลาออกจากตำแหน่ง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรี

                               นายชาญชัย  สุนทรมัฏฐ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มารับตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรี เป็นคนต่อมา จนถึงวาระที่ท่านย้ายไปรับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงเปลี่ยนเป็นนายกสมาคมคนต่อมา

                               พันตำรวจเอกธงชัย  เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี รับตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรีต่อมา ท่านได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อส่งเสริมนักกีฬาเป็นจำนวนมาก

                            จนถึงปีพุทธศักราช 2551  นายวิชัย  บรรดาศักดิ์  นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด รับตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาจังหวัดนนทบุรี